Command Palette

Search for a command to run...

กลับไปผลการค้นหา
รายงานฉบับสมบูรณ์พ.ศ. 2563

วิหารกลุ่มชาติพันธุ์ไตในล้านนา: การสร้างสรรค์เส้นทางและรูปแบบการท่องเที่ยว

ศิริศักดิ์ อภิศักดิ์มนตรี กรมส่งเสริมวัฒนธรรม พ.ศ. 2563

ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)

บทคัดย่อ

งานวิจัยนี้เป็นการวิจัยวิหารกลุ่มชาติพันธุ์ไตในล้านนา : การสร้างสรรค์เส้นทางและรูปแบบการท่องเที่ยวใหม่ มีวัตถุประสงค์เพื่อ ๑) เพิ่มพูนองค์ความรู้เกี่ยวกับวิหารกลุ่มชาติพันธุ์ไตในล้านนาผ่านการศึกษาสถาปัตยกรรมและศิลปกรรมของวิหาร ๒) เพื่อสร้างคุณค่าในเชิงเศรษฐกิจด้วยการสร้างสรรค์เส้นทางการท่องเที่ยววิหารแต่ละกลุ่มชาติพันธุ์ ๓) เพื่อเสนอรูปแบบและกิจกรรมการท่องเที่ยววิหาร วิธีการดำเนินงาน เริ่มจากการศึกษาเอกสารทั้งพระไตรปิฎกและงานวิจัยเกี่ยวกับวิหารและกลุ่มชาติพันธุ์ไตในล้านนา ได้แก่ ไตยวน ไตลื้อ ไตยอง และไตใหญ่ จากนั้นจึงกำหนดพื้นที่เป้าหมายที่จะลงสำรวจวิหารโดยพิจารณาจากพื้นที่ซึ่งมีคนแต่ละชาติพันธุ์ตั้งถิ่นฐานอาศัยรวมกันอยู่ปริมาณมาก เมื่อลงพื้นที่สำรวจแล้วจึงนำมาคัดเลือกวิหารที่จะใช้ในการศึกษา แบ่งเป็นวิหารชาติพันธุ์ละ ๑๐ หลัง รวมทั้งสิ้น ๔๐ หลัง เขียนผังวิหาร โครงสร้างหลังคา และศิลปกรรมภายในวิหารแต่ละหลังเพื่อหาลักษณะโดดเด่นของวิหารแต่ละกลุ่มชาติพันธุ์ เมื่อได้ข้อมูลครบถ้วนแล้ว จึงจัดเส้นทางการท่องเที่ยววิหารแต่ละชาติพันธุ์แบ่งตามอำเภอและจังหวัด พร้อมนำเสนอรูปแบบการท่องเที่ยววิหารแต่ละชาติพันธุ์ สามารถสรุปผลการวิจัยได้ดังนี้ ๑) การศึกษาสถาปัตยกรรมศิลปกรรมแต่ละวิหารแต่ละกลุ่มชาติพันธุ์ วิหารไตยวนมีผังวิหารแบบวิหารโถงกับวิหารทึบ สร้างมาตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ ๒๑ ในส่วนของวิหารทึบที่มีปริมาณมากกว่าได้แบ่งย่อยเป็น ๑) วิหารที่มีห้องท้ายพระประธาน ๒) วิหารที่มีคันธกุฎีเป็นส่วนประกอบของอาคาร ๓) วิหารที่มีการย่อเก็จในผังอาคาร ๔) วิหารตรีมุข ๕) วิหารที่มีผังพื้นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า และ ๖) เจติยวิหาร โดยวิหารไตยวนนี้มักมีโครงสร้างหลังคาแบบหลังคาจั่วต่อหลังคาปีกนกด้านข้างและมีการซ้อนชั้นหลังคาจั่วด้านหน้าด้านหลัง ทั้งนี้พบว่าการซ้อนชั้นหลังคาด้านหน้า ๒ ชั้นและด้านหลัง ๑ ชั้นมีปริมาณมากที่สุด ลวดลายศิลปกรรมที่น่าสนใจ ได้แก่ ภาพต้นโพธิ์ ภาพหม้อดอกไม้หรือหม้อปูรณฆฏะ เป็นต้น ภายในวิหารมีพุทธศิลป์ที่น่าสนใจ คือ ธรรมาสน์และสัตตภัณฑ์ วิหารไตลื้อทั้งหมดเป็นวิหารทึบในผังสี่เหลี่ยมผืนผ้า มีอายุในช่วงพุทธศตวรรษที่ ๒๔-๒๕ แบ่งได้เป็น ๑) วิหารที่มีโถงด้านหน้าซึ่งมีความสัมพันธ์กับโครงสร้างหลังคาจั่วต่อหลังคาปีกนกด้านข้างและการทำฐานชุกชีประดิษฐานพระประธานในห้องสุดท้ายติดผนังวิหาร ฐานชุกชีมีทั้งที่สร้างเต็มความกว้างของวิหารและสร้างระหว่างเสาคู่ใน กับ ๒) วิหารไม่มีโถงซึ่งมีความสัมพันธ์กับโครงสร้างหลังคาจั่วต่อหลังคาปีกนกโดยรอบยกส่วนคอสองสูงและการทำฐานชุกชีประดิษฐานพระประธานในห้องก่อนห้องสุดท้าย ๑ ห้อง โดยฐานชุกชีตั้งอยู่ระหว่างเสาคู่ในทั้งด้านหลังพระประธานจะก่อผนังสูง ลวดลายศิลปกรรมที่น่าสนใจ ได้แก่ ภาพพระมาลัย ราหูอมจันทร์ เป็นต้น ภายในวิหารมีพุทธศิลป์ที่น่าสนใจ ได้แก่ เครื่องสูง สัตตภัณฑ์และธรรมาสน์ วิหารไตยองเป็นวิหารทึบในผังสี่เหลี่ยมผืนผ้ามีโถงด้านหน้า แม้จะมีประวัติการสร้างมาตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ ๒๔ แต่รูปแบบวิหารในปัจจุบันได้รับการบูรณะตั้งแต่กลางพุทธศตวรรษที่ ๒๕ เป็นต้นไป แบ่งได้เป็น ๑) ภายในวิหารมีคันธกุฏี และ ๒) ภายในวิหารไม่มีคันธกุฎี โครงสร้างหลังคาวิหารไตยองเป็นหลังคาจั่วต่อหลังคาปีกนกด้านข้าง ซ้อนหลังคาจั่วด้านหน้าและด้านหลัง นอกจากนี้ยังพบโครงสร้างวิหารแบบหลังคาจั่วที่มีการยกจั่วเล็กๆ ซ้อนขึ้นไปในตอนกลางเป็นชั้นๆ ซึ่งเกิดจากการบูรณะเพื่อให้มีลักษณะเดียวกับวิหารที่เมืองยอง ประเทศพม่า ลวดลายศิลปกรรมที่น่าสนใจ ได้แก่ ลายสัปปะรด และสัตว์ประจำปีนักษัตร เป็นต้น ภายในวิหารมีพุทธศิลป์ที่น่าสนใจ ได้แก่ สัตตภัณฑ์และธรรมาสน์ วิหารไตใหญ่หรือจองในภาษาไตใหญ่หมายถึงวิหารพระสงฆ์ มีลักษณะเป็นวิหารไม้ขนาดใหญ่ ยกพื้นสูง แม้จะมีประวัติว่าสร้างในปลายพุทธศตวรรษที่ ๒๔ แต่รูปแบบในปัจจุบันได้รับการบูรณะหรือสร้างขึ้นใหม่ในพุทธศตวรรษที่ ๒๕-๒๖ สามารถแบ่งได้เป็น ๑) วิหารทึบในผังสี่เหลี่ยมจัตุรัส กับ ๒) วิหารทึบในผังสี่เหลี่ยมผืนผ้า มีการแบ่งพื้นที่ภายในวิหารเป็นส่วนของระเบียงด้านหน้า พื้นที่ซึ่งใช้ประดิษฐานพระพุทธรูปเรียกจองพารา พื้นที่ซึ่งใช้เป็นห้องนอนเจ้าอาวาสเรียกจองสล่า พื้นที่โถงซึ่งใช้ประกอบพิธีกรรมทางพระพุทธศาสนาเรียกจองอะมะยา ทั้งบางหลังยังได้ต่อเติมห้องครัวที่เรียกว่าจองซอมและห้องน้ำเรียกเว็จกุฎีไว้รวมกันบนวิหารอีกด้วย รูปแบบหลังคาวิหารไตใหญ่มี ๒ รูปแบบ ได้แก่ หลังคาแบบยอดปราสาทแบ่งเป็นแบบประเพณีนิยมที่สืบมาจากพม่ากับแบบตะวันตก และหลังคาจั่วยกคอสองซ้อนชั้น ลวดลายประดับวิหารไตใหญ่มักเป็นการฉลุลายแผ่นสังกะสี พุทธศิลป์ที่น่าสนใจในวิหารคือหมู่พระพุทธรูปจำนวนมากที่ประดิษฐานในจองพารา นอกจากวิหารพระสงฆ์หรือจองแล้ว ในวัดไตใหญ่ยังมีวิหารพระพุทธเจ้าหรือคันธกุฎีซึ่งใช้ประดิษฐานพระพุทธรูปสำคัญของวัด ๒) การจัดเส้นทางการท่องเที่ยววิหารชาติพันธุ์ไตในล้านนา การท่องเที่ยววิหารไตยวน จุดเริ่มต้นของการเดินทางที่วัดพระสิงห์ จังหวัดเชียงใหม่ จุดสิ้นสุดการเดินทางที่วัดเจดีย์หลวง จังหวัดเชียงใหม่ มี ๑๐ วัด ตั้งอยู่ใน ๓ จังหวัด ได้แก่ จังหวัดเชียงใหม่ มีวัดปราสาท วัดบุพพาราม วัดเจ็ดยอด และวัดต้นแกว๋น จังหวัดลำพูน มีวัดพระธาตุหริภุญชัย จังหวัดลำปาง มีวัดปงยางคก วัดพระธาตุลำปางหลวง วัดไหล่หิน การท่องเที่ยววิหารไตลื้อ จุดเริ่มต้นของการเดินทางที่วัดภูมินทร์ จังหวัดน่าน จุดสิ้นสุดการเดินทางที่วัดศรีโคมคำ จังหวัดพะเยา มี ๑๐ วัด ตั้งอยู่ใน ๒ จังหวัด ได้แก่ จังหวัดน่าน มีวัดวัดหนองแดง วัดพระธาตุเป็งสกัด วัดหนองบัว วัดร้องแง วัดดอนมูล และวัดต้นแหลง จังหวัดพะเยา มีวัดพระแก้ว วัดแสนเมืองมา วัดท่าฟ้าใต้ และวัดท่าฟ้าเหนือ การท่องเที่ยววิหารไตยอง จุดเริ่มต้นและการสิ้นสุดของการเดินทางที่วัดพระธาตุหริภุญชัย จังหวัดลำพูน มี ๑๐ วัด ในจังหวัดลำพูน มีวัดศรีบังวัน วัดเจดีย์ขาว วัดต้นแงะ วัดฉางข้าวน้อยใต้ วัดฉางข้าวน้อยเหนือ วัดป่าบุก วัดดอนหลวง วัดป่าซางงาม วัดหนองเงือก และวัดร้องธารท่าลี่ การท่องเที่ยววิหารไตใหญ่ จุดเริ่มต้นของการเดินทางอยู่ที่วัดพระธาตุดอยกองมู จังหวัดแม่ฮ่องสอน จุดสิ้นสุดของการเดินทางที่วัดจองคำ จังหวัดแม่ฮ่องสอน มี ๑๐ วัด ในจังหวัดแม่ฮ่องสอน วัดจองคำ วัดจองกลาง วัดก้ำก่อ วัดพระธาตุดอยกองมู วัดหัวเวียง วัดคำใน วัดขุ่ม วัดต่อแพ วัดบ้านเมืองปอน และวัดจองสูง ๓) การพัฒนารูปแบบและกิจกรรมการท่องเที่ยววิหารชาติพันธุ์ไตในล้านนาผู้วิจัยได้พัฒนารูปแบบและกิจกรรมการท่องเที่ยววิหารชาติพันธ์ไตในล้านนา ให้เป็นการท่องเที่ยวที่จะสร้างองค์ความรู้เกี่ยวกับลักษณะวิหาร ควบคู่ไปกับการพัฒนาตนเองผ่านธรรมะที่แฝงอยู่ในส่วนประกอบวิหาร และสร้างความตระหนักในการอยู่ร่วมกันในสังคมด้วยการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน มีรูปแบบการท่องเที่ยวเชิงจิตอาสาผ่านกิจกรรมกระบวนการร่วมกันอนุรักษ์ศิลปกรรมในวิหาร ซึ่งมีกิจกรรมหลัก ๕ กิจกรรม ประกอบด้วย ๑) การเรียนรู้ลักษณะวิหารของแต่ละกลุ่มชาติพันธุ์ ๒) พระสงฆ์และคนในชุมชนเป็นผู้อธิบายหลักธรรมที่แฝงอยู่ในงานศิลปกรรมในวิหาร ๓) การมีส่วนร่วมในการประกอบพิธีกรรมทางศาสนา ๔) การมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ศิลปกรรมในวิหารร่วมกับคนในชุมชน และ ๕) การฝึกปฏิบัติวิปัสสนากัมมัฏฐาน

คำสำคัญ

ล้านนาLannaviharaวิหารกลุ่มชาติพันธุ์ไตTHE ETHNIC TAI

งานวิจัยในหัวข้อใกล้เคียง

รูปแบบและการจัดการการท่องเที่ยวเพื่อสักการะพระอริยสงฆ์ในล้านนา

เพราพิลาส ประสิทธิ์บุรีรักษ์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา พ.ศ. 2559

รูปแบบและการจัดการการท่องเที่ยวเพื่อสักการะพระธาตุในล้านนา

ประทีป พืชทองหลาง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา พ.ศ. 2559

วัดครูบาสร้าง: รูปแบบการพัฒนาอารยสถาปัตย์ของวัดที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวตามรอยครูบาเจ้าศรีวิไชย จังหวัดลำพูน

อาภากร ปัญโญ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย พ.ศ. 2563

แนวทางการศึกษาซากมรดกทางสถาปัตยกรรมเพื่อการออกแบบโครงการสื่อความหมาย ทางการท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม กรณีศึกษา วัดมหาธาตุสุโขทัย และวัดมหาธาตุเชลียง

เกรียงไกร เกิดศิริ มหาวิทยาลัยศิลปากร พ.ศ. 2559

แนวทางการเตรียมความพร้อมของท้องถิ่นเพื่อรองรับการปรับเปลี่ยนกิจกรรมการท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม จากผลกระทบกรณีพิพาทเขาพระวิหาร และการสู้รบตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา

ชุติมา เมฆวัน มหาวิทยาลัยราชภัฎศรีสะเกษ พ.ศ. 2555

การศึกษาเส้นทางและกิจกรรมทางพระพุทธศาสนา กับการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมพระธาตุแดนใต้

บัญญัติ แพรกปาน มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย พ.ศ. 2560

การพัฒนาผังแม่บทบูรณาการการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์อย่างยั่งยืน พื้นที่พิเศษอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย – ศรีสัชนาลัย – กำแพงเพชร เชื่อมโยงเมืองเก่าบางขลัง – บางพาน – ไตรตรึงษ์

วัชรพงษ์ ชุมดวง มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พ.ศ. 2560

การพัฒนาศักยภาพแหล่งท่องเที่ยววิถีชุมชนรอบอุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพโดยการมีส่วนร่วมอย่างยั่งยืน

สุนทรีย์ รอดดิษฐ์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์ พ.ศ. 2563

รูปแบบการจัดการวัดที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวตามแบบอารยสถาปัตย์ในภาคเหนือตอนบน

สมจันทร์ ศรีปรัชยานนท์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย พ.ศ. 2563

รูปแบบและกระบวนการสร้างจิตสาธารณะเพื่อการจัดการท่องเที่ยวของแหล่งท่องเที่ยวทางพระพุทธศาสนาอย่างยั่งยืน

กฤษณา รักษาโฉม มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย พ.ศ. 2559