กำแพงมอร์ตาร์กันเสียงจากขยะรีไซเคิล
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาประสิทธิภาพในการป้องกันเสียงและความสามารถในการรับแรงอัด แรงดัด และแรงดึงแยก ของแผ่นกำแพงมอร์ตาร์ผสมวัสดุกันเสียงจากขยะรีไซเคิลที่มีขนาดความกว้าง 1 เมตร ยาว 1 เมตร และหนา 15 เซนติเมตร โดยขยะรีไซเคิลที่ใช้ในการศึกษานี้ ได้แก่ กล่องโฟมใส่อาหาร และแผงไข่ ซึ่งทำการผสมวัสดุกันเสียงจากขยะรีไซเคิลที่สัดส่วนผสมคือ 0%, 10%, 25% และ 50% โดยน้ำหนัก และใช้ปูนกาวซีเมนต์สำเร็จรูป ในอัตราส่วนน้ำต่อซีเมนต์ที่ 0.7 เป็นสารเชื่อมประสาน ผลการศึกษาพบว่าปริมาณขยะรีไซเคิลที่ผสมในแผ่นกำแพงป้องกันเสียงมีปริมาณสูงขึ้น จะทำให้แผ่นกำแพงป้องกันเสียงมีประสิทธิภาพการป้องกันเสียงสูงขึ้นตามไปด้วย และแผ่นกำแพงป้องกันเสียงที่ผสมขยะรีไซเคิลชนิดกล่องโฟมใส่อาหารมีประสิทธิภาพในการป้องกันเสียงสูงกว่าชนิดแผงไข่กระดาษ นอกจากนี้แผ่นกำแพงป้องกันเสียงที่ผสมขยะรีไซเคิลชนิดกล่องโฟมใส่อาหารที่สัดส่วนร้อยละ 50 มีประสิทธิภาพในการป้องกันเสียงสูงกว่าแผ่นกำแพงมอร์ตาร์ที่ไม่ผสมขยะรีไซเคิล และผลการศึกษาเกี่ยวกับความสามารถในการรับแรงพบว่า แผ่นกำแพงป้องกันเสียงที่ผสมวัสดุรีไซเคิลชนิดกล่องโฟมใส่อาหารที่สัดส่วนร้อยละ 50 โดยน้ำหนัก จะมีกำลังรับแรงอัดต่ำสุด แรงดัดต่ำสุด และแรงดึงแยกต่ำสุด เท่ากับ 27.267 กิโลกรัม/ตารางเซนติเมตร 11.410 กิโลกรัม/ตารางเซนติเมตร และ 2.526 กิโลกรัม/ตารางเซนติเมตร ตามลำดับ โดยค่ากำลังรับแรงที่กล่าวมาทั้งหมดของแผ่นกำแพงป้องกันเสียงรบกวนจากการจราจร ด้วยขยะรีไซเคิลผสมมอร์ตาร์จะมีค่ามากกว่าค่ากำหนดในมาตรฐานของกรมทางหลวง แต่ต้องมีการเสริมเหล็กรับแรงดัดและแรงดึงในกำแพงป้องกันเสียงด้วย เพื่อป้องกันกรณีอุบัติเหตุที่ทำให้แผ่นแตกและร่วงหล่น อาจก่อให้เกิดความเสียหายและอันตรายกับผู้ใช้ทางได้ นอกจากนี้การศึกษาวิจัยนี้ยังได้ทำการประเมินเปรียบเทียบประสิทธิภาพในการป้องกันเสียงของแผ่นกำแพงมอร์ตาร์ผสมวัสดุกันเสียงกันจากขยะรีไซเคิลใน 2 ลักษณะกรณีศึกษาคือพื้นที่โล่งและในห้องปฏิบัติการที่มีเสียงสะท้อนด้านหลังกำแพงจากแหล่งกำเนิดเสียง ผลการศึกษาพบว่าในกรณีศึกษาในพื้นที่โล่งประสิทธิภาพการป้องกันเสียงจะต่ำกว่ากรณีศึกษาในห้องปฏิบัติการที่มีเสียงสะท้อนด้านหลังกำแพงจากแหล่งกำเนิดเสียง ในทุกชนิดและทุกสัดส่วนที่มีการผสมวัสดุกันเสียงจากขยะรีไซเคิล