Command Palette

Search for a command to run...

กลับไปผลการค้นหา
รายงานฉบับสมบูรณ์พ.ศ. 2552

โครงสร้างและสมบัติทางไฟฟ้าของแลนทานัมเฟอร์ไรท์เจือไอออนโลหะที่เตรียมโดยกระบวนการขั้นตอนเดียวเพื่อใช้เป็นวัสดุตรวจวัดแก๊ส

นัทธมน คูณแสง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พ.ศ. 2552

ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)

บทคัดย่อ

สารประกอบเพอรอฟสไกท์ La1-xMxFeO3 (M = Co(II) หรือ Sr(II), x= 0, 0.1, 0.3 and 0.5) เตรียมได้จากการสลายตัวของสารเชิงซ้อนอินทรีย์ ซึ่งสังเคราะห์จากปฏิกิริยาระหว่าง La(NO3)3.6H2O, Fe(NO3)3.9H2O, และ N(CH2CH2OH)3 ที่อุณหภูมิ 190 ?C ในตัวทำละลาย ethylene glycol โดยเจือสตรอนเชียมไนเตรทหรือโคบอลท์คลอไรด์ลงไปในปริมาณต่างๆตั้งแต่ 0, 10.0, 30.0 and 50 mol% ทำการเผาสารเชิงซ้อนที่อุณหภูมิ 850 ?C เป็นเวลา 4 ชั่วโมง แล้วนำผง La1-xCoxFeO3 and La1-xSrxFeO3 ที่ได้จากการเผาไปวิเคราะห์คุณลักษณะด้วยเทคนิค FTIR XRD SEM และ BET พบว่าสเปกตรัม XRD ของ LaFe0.9Co0.1O3 และ La0.9Sr0.1FeO3 มีเพียงเฟสเดียวซึ่งตรงกับ LaFeO3 แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อเจือ Co(II) หรือ Sr(II) ในปริมาณที่สูงขึ้นเป็น 30-50 mol% จะมีเฟสอื่นซึ่งได้แก่ La2O3 และ Co3O4 หรือ SrCO3 เจือปนมาด้วย จากการวิเคราะห์พื้นที่ผิวด้วย BET พบว่าผงเซรามิก LaFe1-xCoxO3 and La1-xSrxFeO3 มีพื้นที่ผิวในช่วง 7.88-18.99 m2/g โดยมีค่าต่างกันเล็กน้อย จากสมบัติการเป็นสารกึ่งตัวนำ จึงนำแผ่นฟิล์ม La1-xSrxFeO3 ที่เตรียมด้วยเทคนิค spin coating ไปทดสอบการตอบสนองต่อแก๊สเอทานอล ผลการทดลองพบว่าเซ็นเซอร์ LaFeO3 ที่เจือด้วย Co(II) และ Sr(II) 50 mol% ตอบสนองต่อแก๊สเอทานอลในช่วงความเข้มข้น 100-500 ppm ที่อุณหภูมิ 350 ?C นอกจากนี้ ยังพบว่า ที่ความเข้มข้นของเอทานอลเท่ากับ 500 ppm เซ็นเซอร์ LaFe0.5Co0.5O3 และ La0.5Sr0.5FeO3 มีค่าการตอบสนองสัมพัทธ์ประมาณ 2.5 และ 4.3 เท่าของ LaFeO3 ที่ปราศจากการเจือไอออนโลหะ และใช้เวลาในการตอบสนองสั้นลงเป็น 114 และ 120 วินาที ตามลำดับ เมื่อเทียบกับ LaFeO3 ซึ่งใช้เวลาในการตอบสนองประมาณ 200 วินาที สารประกอบเพอรอฟสไกท์ La1-xMxFeO3 (M = Co(II) หรือ Sr(II), x= 0, 0.1, 0.3 and 0.5) เตรียมได้จากการสลายตัวของสารเชิงซ้อนอินทรีย์ ซึ่งสังเคราะห์จากปฏิกิริยาระหว่าง La(NO3)3.6H2O, Fe(NO3)3.9H2O, และ N(CH2CH2OH)3 ที่อุณหภูมิ 190 ?C ในตัวทำละลาย ethylene glycol โดยเจือสตรอนเชียมไนเตรทหรือโคบอลท์คลอไรด์ลงไปในปริมาณต่างๆตั้งแต่ 0, 10.0, 30.0 and 50 mol% ทำการเผาสารเชิงซ้อนที่อุณหภูมิ 850 ?C เป็นเวลา 4 ชั่วโมง แล้วนำผง La1-xCoxFeO3 and La1-xSrxFeO3 ที่ได้จากการเผาไปวิเคราะห์คุณลักษณะด้วยเทคนิค FTIR XRD SEM และ BET พบว่าสเปกตรัม XRD ของ LaFe0.9Co0.1O3 และ La0.9Sr0.1FeO3 มีเพียงเฟสเดียวซึ่งตรงกับ LaFeO3 แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อเจือ Co(II) หรือ Sr(II) ในปริมาณที่สูงขึ้นเป็น 30-50 mol% จะมีเฟสอื่นซึ่งได้แก่ La2O3 และ Co3O4 หรือ SrCO3 เจือปนมาด้วย จากการวิเคราะห์พื้นที่ผิวด้วย BET พบว่าผงเซรามิก LaFe1-xCoxO3 and La1-xSrxFeO3 มีพื้นที่ผิวในช่วง 7.88-18.99 m2/g โดยมีค่าต่างกันเล็กน้อย จากสมบัติการเป็นสารกึ่งตัวนำ จึงนำแผ่นฟิล์ม La1-xSrxFeO3 ที่เตรียมด้วยเทคนิค spin coating ไปทดสอบการตอบสนองต่อแก๊สเอทานอล ผลการทดลองพบว่าเซ็นเซอร์ LaFeO3 ที่เจือด้วย Co(II) และ Sr(II) 50 mol% ตอบสนองต่อแก๊สเอทานอลในช่วงความเข้มข้น 100-500 ppm ที่อุณหภูมิ 350 ?C นอกจากนี้ ยังพบว่า ที่ความเข้มข้นของเอทานอลเท่ากับ 500 ppm เซ็นเซอร์ LaFe0.5Co0.5O3 และ La0.5Sr0.5FeO3 มีค่าการตอบสนองสัมพัทธ์ประมาณ 2.5 และ 4.3 เท่าของ LaFeO3 ที่ปราศจากการเจือไอออนโลหะ และใช้เวลาในการตอบสนองสั้นลงเป็น 114 และ 120 วินาที ตามลำดับ เมื่อเทียบกับ LaFeO3 ซึ่งใช้เวลาในการตอบสนองประมาณ 200 วินาที

คำสำคัญ

เพอรอพสไกท์ (perovskite)แลนทานัมเฟอร์ไรท์ (lanthanum ferrite)วัสดุตรวจวัดแก๊ส (gas sensing material)สมบัติทางไฟฟ้า (electrical property)

งานวิจัยในหัวข้อใกล้เคียง

การสังเคราะห์โมลิบเดนัมออกไซด์โครงสร้างนาโนโดยกระบวนการไฮโดรเทอร์มอลเพื่อประยุกต์ใช้ในลิเทียมไอออนแบตเตอรี่และเป็นตัวตรวจจับแก๊ส

ธิติพันธุ์ ทองเต็ม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พ.ศ. 2556

การสังเคราะห์และการเปลี่ยนเฟสในสารละลายของแข็ง PbZrO3-Pb(B1/3Nb2/3)O3; B = Zn2+ และ Co2+

นายนราธิป วิทยากร สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง พ.ศ. 2554

การสังเคราะห์โลหะไพโรฟอสเฟต (M2P2O7 M(II)= Mg, Ca, Mn, Co, Ni) ด้วยวิธี ปฏิกิริยาของแข็ง

บรรจง บุญชม สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง พ.ศ. 2556

การเตรียมและการศึกษาลักษณะเฉพาะของเซรามิก 0.50(BaZr0.20Ti0.80)O3-(0.50-x)(Ba0.70Ca0.30)TiO3-xBi0.50Li0.50TiO3 สำหรับการประยุกต์ใช้ในอุปกรณ์จัดเก็บพลังงานไฟฟ้าที่มีความจุสูง

นววรรณ ทองมี มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม พ.ศ. 2564

penilaian La0.6Sr0.4Co0.2Fe0.8O3-? sebagai Potensi Katod untuk Sel Fuel Oksida Pepejal Pengkonduksi Proton

Universiti Teknologi MARA พ.ศ. 2561

โครงการพัฒนาเมมเบรนที่มีคุณสมบัติพิเศษในการแยกก๊าซผสมจากพอลิเบนซอกซาซีนและไออนของโลหะไฮบริดคอมพอสิท

ธัญญลักษณ์ ฉายสุวรรณ์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พ.ศ. 2557

การสังเคราะห์และสมบัติทางไฟฟ้าของเซรามิกระบบ (Bi1/2K1/2)TiO3-LiSbO3 /สุรศักดิ์ เนียมเจริญ

สุรศักดิ์ เนียมเจริญ คณะวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง พ.ศ. 2553

การวิเคราะห์สมบัติเชิงโครงสร้างของสารกึ่งตัวนำผสมแบบไร้สภาพขั้วทางไฟฟ้าของธาตุหมู่สาม-ไนไตรด์ ที่ปลูกบนวัสดุฐานรองแกลเลียมอาร์เซไนด์ โดย MOVPE

พรรณี แสงแก้ว มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมพระนครเหนือ พ.ศ. 2556

การศึกษาสภาวะที่เหมาะสมและประสิทธิภาพการแยกไฮโดรเจนและออกซิเจนจากน้ำด้วยสารเร่งปฏิกิริยาด้วยแสงชนิด WO3 และ Pt/SrTiO3.Rh ในถังปฏิกรณ์คู่

วิเชียร แสงอรุณ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน พ.ศ. 2556

MnO-Fe2O3-SiO2-BaO-OTHERS THERMOELECTRIC MINERAL

วีระศักดิ์ ซอมขุนทด มหาวิทยาลัยราชภัฏเลย พ.ศ. 2558