เทคนิคการปรับจำนวนการชักตัวอย่างสำหรับการหาทิศทางการมาถึงของสัญญาณ
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
ในปัจจุบันระบบเครือข่ายไร้สายนั้นได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เนื่องมาจากระบบดังกล่าวได้ถูกพัฒนาจนสามารถส่งข้อมูลได้อย่างรวดเร็วและใช้งานได้อย่างสะดวกสบายไม่ว่าจะอยู่ในบริเวณใดของเครือข่ายก็ตาม แต่ระบบเครือข่ายไร้สายนั้นก็ยังคงมีปัญหาอยู่มาก เช่น สัญญาณคลื่นหลายวิถีและสัญญาณแทรกสอด เป็นต้น ดังนั้นจึงได้มีการคิดระบบที่สามารถแก้ไขปัญหาดังกล่าวนั่นก็คือ ระบบสายอากาศเก่ง เนื่องจากระบบสามารถที่จะก่อรูปลำคลื่นหลักไปยังทิศทางของสัญญาณที่ต้องการ และในขณะเดียวกันก็จะหันพูข้างหรือจุดศูนย์ไปยังทิศทางของสัญญาณรบกวน ซึ่งกระบวนการดังกล่าวเรียกว่า การก่อรูปลำคลื่น โดยระบบสายอากาศเก่งจะประกอบไปด้วยสองส่วนหลักๆ คือ สายอากาศแถวลำดับและระบบประมวลผลสัญญาณ ซึ่งระบบประมวลผลสัญญาณนั้นจะทำหน้าที่ในการวิเคราะห์หาทิศทางการมาถึงของสัญญาณ โดยวิธีที่เป็นที่นิยมและใช้กันอย่างแพร่หลาย ได้แก่ วิธี MUltiple SIgnal Classification (MUSIC) algorithm เนื่องจากเป็นวิธีที่ไม่ซับซ้อนและสามารถวิเคราะห์หาทิศทางการมาถึงของสัญญาณได้อย่างถูกต้องและแม่นยำ อย่างไรก็ตามวิธี MUSIC นั้นก็ยังคงมีปัญหาอยู่หากระบบมีค่าอัตราส่วนสัญญาณต่อสัญญาณรบกวนที่ต่ำ ประสิทธิภาพในการวิเคราะห์หาทิศทางการมาถึงของสัญญาณก็จะลดต่ำลง ดังนั้นในการแก้ปัญหาจำเป็นจะต้องเพิ่มจำนวนการสุ่มตัวอย่างให้เหมาะสมกับค่าอัตราส่วนสัญญาณต่อสัญญาณรบกวน ดังนั้นวิทยานิพนธ์ฉบับนี้จึงได้นำเสนอการใช้เทคนิคการปรับจำนวนการสุ่มตัวอย่างมาประยุกต์ใช้กับวิธี MUSIC ในการวิเคราะห์หาทิศทางการมาถึงของสัญญาณ โดยจะทำการปรับเลือกจำนวนการสุ่มตัวอย่างที่เหมาะสมกับค่าอัตราส่วนสัญญาณต่อสัญญาณรบกวนในระบบ เพื่อทำการวิเคราะห์หาทิศทางการมาถึงของสัญญาณให้ได้อย่างถูกต้องและแม่นยำ นอกจากนั้นระบบยังไม่จำเป็นต้องใช้จำนวนการสุ่มตัวอย่างที่มากเกินความเหมาะสม ดังนั้นตัวประมวลผลในระบบจึงสามารถที่จะประมวลผลได้อย่างรวดเร็ว ถือเป็นการถนอมซีพียูของตัวประมวลผลไม่ให้ทำงานหนักได้อีกด้วย