การวิจัยพัฒนาสารดูดซับเบนโทไนท์ของไทย เพื่อลดการปนเปื้อนตะกั่วและแคดเมียมบริเวณบ่อฝังกลบขยะอิเล็กทรอนิกส์
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การศึกษาความสามารถของเบนโทไนต์และเบนโทไนต์ที่ผ่านการปรับประสิทธิภาพด้วยสารลดแรงตึงผิว เพื่อดูดซับโครเมียมและตะกั่ว เป็นการศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อการดูดซับแบบกะ (Batch test) สารลดแรงตึงผิวที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ ได้แก่ Cetylpyridinium chloride (CPC) และ Phenyl trimethyl ammonium chloride (PTMA) ปัจจัยที่มีผลต่อการศึกษาคือ ปริมาณเบนโทไนต์ 0.50 1.00 และ 1.50 กรัม ความเข้มข้นของโครเมียมและตะกั่ว 15 มิลลิกรัมต่อลิตร pH เท่ากับ 5.50 โดยเขย่า 200 รอบต่อนาที และระยะเวลาการกวน 120 นาที ที่อุณหภูมิ 25 องศาเซลเซียส ผลการศึกษาพบว่าเบนโทไนต์ธรรมชาติ น้ำหนัก 0.50 กรัม เบนโทไนต์ธรรมชาติ มีความสามารถในการดูดซับโครเมียมและตะกั่วเท่ากับ 0.26 และ 1.43 มิลลิกรัมต่อกรัม คิดเป็นร้อยละ 17.53 และ 99.58 ตามลำดับ เบนโทไนต์ที่ปรับประสิทธิภาพด้วยสารลดแรงตรึงผิวด้วย CPC น้ำหนัก 0.50 กรัม มีความสามารถในการดูดซับโครเมียมและตะกั่วเท่ากับ 1.49 และ 1.50 มิลลิกรัมต่อกรัม คิดเป็นร้อยละ 95.56 และ 99.71 ตามลำดับ ส่วนเบนโทไนต์ที่ปรับประสิทธิภาพด้วยสารลดแรงตรึงผิวด้วย PTMA น้ำหนัก 1.50 กรัม มีความสามารถในการดูดซับโครเมียมเท่ากับ 0.06 มิลลิกรัมต่อกรัม คิดเป็นร้อยละ 11.36 และน้ำหนัก 1.00 กรัม มีความสามารถในการดูดซับตะกั่วเท่ากับ 1.50 มิลลิกรัมต่อกรัม คิดเป็นร้อยละ 100.00 ดังนั้นปริมาณเบนโทไนต์ธรรมชาติและเบนโทไนต์ที่ผ่านการปรับประสิทธิภาพด้วยสารลดแรงตึงผิวชนิด CPC ที่เหมาะสมต่อการดูดซับโครเมียมและตะกั่วเท่ากับ 0.50 กรัม ส่วนปริมาณเบนโทไนต์ที่ผ่านการปรับประสิทธิภาพด้วยสารลดแรงตึงผิวชนิด PTMA ที่เหมาะสมต่อการดูดซับโครเมียมและตะกั่วเท่ากับ 1.50 และ 0.50 กรัม ตามลำดับ