กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อพัฒนาวัสดุพอลิเบนซอกซาซีนคอมพอสิทที่เสริมแรงด้วยเส้นใยเซลลูโลส เพื่อใช้เป็นวัสดุเสียดทานผ้าเบรกผ้าครัชท์แทนการใช้แร่ใยหินเป็นเส้นใยเสริมแรงในผลิตภัณฑ์ผ้าเบรก เนื่องจากแร่ใยหินส่งผลกระทบต่อสุขภาพในเชิงลบเมื่อมีการเข้าสู่ร่างกายผ่านระบบทางเดินหายใจ โดยศึกษาผลของปริมาณเส้นใยเซลลูโลสที่ 0, 3, 4, 5 และ 6 เปอร์เซ็นต์โดยน้ำหนัก ต่อสมบัติทางกล ทางความร้อน และทางไทรโบโลยีของวัสดุพอลิเบนซอกซาซีนคอมพอสิท จากการศึกษาพบว่า วัสดุพอลิเบนซอกซาซีนเสริมแรงด้วยเส้นใยเซลลูโลสชนิดไม่ฟอกที่ปริมาณ 5 เปอร์เซ็นต์โดยน้ำหนัก มีสมบัติทางกลที่ดี มีเสถียรภาพทางความร้อนที่สูง และมีค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานที่อุณหภูมิห้องเป็น 0.36 นอกจากนี้ยังได้ศึกษาผลของชนิดเส้นใยเซลลูโลสชนิดฟอกและไม่ฟอกต่อสมบัติทางกล ทางความร้อน และสมบัติทางไทรโบโลยีของวัสดุพอลิเบนซอกซาซีนคอมพอสิท จากการศึกษาพบว่า วัสดุพอลิเบนซอกซาซีนที่เสริมแรงด้วยเส้นใยเซลลูโลสทั้งสองชนิดที่ปริมาณ 5 เปอร์เซ็นต์โดยน้ำหนัก โดยวัสดุพอลิเบนซอกซาซีนที่เสริมแรงด้วยเส้นใยเซลลูโลสทั้งสองชนิดมีค่าอุณหภูมิการสลายตัวทางความร้อนที่น้ำหนักสูญเสีย 5 เปอร์เซ็นต์ (Td5) เท่ากับ 368 องศาเซลเซียส สำหรับวัสดุพอลิเบนซอกซาซีนที่เสริมแรงด้วยเส้นใยเซลลูโลสชนิดฟอก และ 342 องศาเซลเซียส สำหรับวัสดุพอลิเบนซอกซาซีนที่เสริมแรงด้วยเส้นใยเซลลูโลสชนิดไม่ฟอก และมีค่าความแข็งแรงภายใต้แรงดัดโค้งเท่ากับ 55.4 เมกกกะปาสคาล สำหรับวัสดุพอลิเบนซอกซาซีนที่เสริมแรงด้วยเส้นใยเซลลูโลสชนิดไม่ฟอก และ 50.8 เมกกกะปาสคาล สำหรับวัสดุพอลิเบนซอกซาซีนที่เสริมแรงด้วยเส้นใยเซลลูโลสชนิดฟอก นอกจากนี้วัสดุพอลิเบนซอกซาซีนที่เสริมแรงด้วยเส้นใยเซลลูโลสทั้งสองชนิดยังมีค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานอยู่ในช่วง 0.2-0.7 รวมทั้งมีอัตราการสึกหรอไม่เกิน 3.5 cm3/Nm ซึ่งเป็นไปตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมผ้าเบรกสำหรับยานยนต์ (มอก. 97-2557)คำสำคัญ: ผ้าเบรก, ผ้าคลัทช์, สัมประสิทธิ์แรงเสียดทาน, การสึกหรอ, เส้นใยเซลลูโลส, แร่ใยหิน