การใช้ประโยชน์จากของเสียจากโรงงานสกัดน้ำมันปาล์มเพื่อการผลิตแก๊สเชื้อเพลิงชีวภาพ
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
เพื่อใช้ประโยชน์จากน้ำทิ้งจากโรงงานสกัดน้ำมันปาล์ม สำหรับผลิตแก๊สไฮโตรเจนและมีเทนโดยการ หมักร่วมกับสาหร่ายพุงชะโด ในกระบวนการหมักไร้อากาศสองขั้นตอนกระบวนการหมักดำเนินการทั้งแบบ แบทช์และแบบต่อเนื่อง ผลการทตลองในการหมักแบบแบทช์สองขั้นตอน ขั้นแรกที่อุณหภูมิเทอร์โมฟิลิก (55 *C) และชั้นที่ สองที่อุณหภูมิเมโซฟิลิก (35 () โดยใช้ POME ร่วมกับสาหร่ายพุงชะโดที่ความเข้มข้นชับสเตรทรวมเริ่มต้น 10 g-VS/L.wbstrateที่อัตราส่วนผสม (VS Basis) ต่างๆ (10:0, 9:1, 8:2, 7:3 6:4, 5:5, 4:6, 3:7, 2:8, 1:9 และ 0:10) ผลผลิตไฮโดรเจนสูงสุด62.9 :2. 7 mL-H1/g-VS.ded ได้รับจากการหมักที่อัตราส่วนการผสมของ POME และสาหร่ายพุงชะโต เท่ากับ 9:1 (VS basis) ผลผลิตไฮโตรเจนดังกล่าวเพิ่มขึ้นร้อยละ 22 และร้อยละ 60 เมื่อ เทียบกับการหมักเฉพา ะ POME และสาหร่ายพุงชะโดตามลำดับ และให้ผลผลิตมีเทนเท่ากับ 358.7+15.4 mL-CH/8-VS.ded การศึกษาการผลิตไฮโตรเจนและมีเทนแบบต่อเนื่องด้วยเครื่องปฏิกรณ์ Continuous Stired Tank Reactor (CSTR) และ Plug Flow Reactor(PFR) ตามลำดับด้วยกระบวนการสองขั้นตอน พบว่าเครื่องปฏิกรณ์ CSTR ที่ควบคุมระยะเวลากักเก็บน้ำ (HRT) 4 วัน โดยใช้ความเข้มข้นของสาหร่ายร้อยละ 10 (vS basis) ของซับสเตรทรวมให้ผลผลิตไฮโตรเจนได้ 66.42.1 mL-H:/9-VS..ed และเมื่อป้อนน้ำหมัก จากขั้นตอนการผลิตไฮโตรเจนเข้าสู่เครื่องปฏิกรณ์ PFR ที่ระยะเวลากักเก็บ 52.5 วัน สามารถผลิตมีเทนได้ 3907.1 mL-CH./8-VS.น้ำหมักในขั้นตอนการผลิตไฮโตรเจนประกอบไปด้วยกลุ่มจุสินทรีย์หลักได้แก่ กลุ่มแบคทีเรีย Clostridium sp., Enterobacter sp. เป็นกลุ่มที่ส่งเสริมและก่อให้เกิดการผลิตแก๊ส ไฮโตรเจนและกลุ่มแบคทีเรียWeissellasp.Leuconostoc sp., และ Lactobacillus sp. เป็นกลุ่มผลิตแล คติกและมีส่วนทำให้ผลผลิตแก๊สไฮโดรเจนลดลง ส่วนในน้ำหมักของขั้นผลิตมีเทนพบกลุ่มจุสินทรีย์อาเคียร์ Methonocorpusculum sp. Methonothrix sp. และ Methanoregula sp. ซึ่งมีความสำคัญต่อ ประสิทธิภาพในการผลิตแก๊สมีเทน ผลผลิตของไฮโดรเจน 4.9 L-H/L-Substrate และมีเทน 28.9 L-CH/L- Substrate ที่ได้จากกระบวนการย่อยสลายร่วมไร้อากาศสองขั้นตอน งานวิจัยนี้มีความเป็นไปได้ที่จะพัฒนากระบวนการย่อยสลายร่วมไร้อากาศสองขั้นตอนของ POME และสาหร่าย ในระดับอุตสาหกรรมต่อไป ดังนั้นงานวิจัยนี้แสดงให้เห็นถึงแนวทางของนวัตกรรมที่เป็นไปได้ สำหรับการใช้น้ำทิ้งจากโรงงานสกัดน้ำมันปาล์มร่วมกับสาหร่ายพุงชะโดได้อย่างมีประสิทธิภาพเพื่อผลิตแก๊ส เชื้อเพลิงชีวภาพซึ่งเป็นแก๊สผสมระหว่างไฮโดรเจนและมีเทน