การคิดค้นแนวทางจัดประเภทของกระดูกขากรรไกรมนุษย์จากสารพันธุกรรมและโกรธ์แฟคเตอร์ เพื่อวางแผนการฝังรากเทียมในกลุ่มประชากรช่วงอายุ 18-70 ปี
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
ความสัมพันธ์ของลักษณะพันธุกรรมของกระดูกกับการฟื้นฟูสภาพของกระดูกขากรรไกรมนุษย์อัตราความสำเร็จของรากเทียมประกอบด้วยหลายปัจจัยรวมถึงคุณภาพของกระดูกและเหงือกบริเวณรากฟันเทียม วัตถุประสงค์ของงานวิจัยนี้เพื่อศึกษาการแสดงออกของยีนส์ที่ควบคุมการสร้างและสลายกระดูกที่ตำแหน่งต่างๆ ของขากรรไกรในตำแหน่งที่ฝังรากเทียมโดยแบ่งตามโครงสร้างของกระดูกขากรรไกรในตำแหน่งบนขวา บนซ้าย ล่างขวาและล่างซ้าย (Federation Dentaries Internationale) และหาความสัมพันธ์ของตัวแปรในการแบ่งคุณภาพของกระดูกโดยใช้ภาพถ่ายรังสีคอมพิวเตอร์, ความรู้สึกต้านมือของศัลยแพทย์ขณะเจาะกระดูกเพื่อฝังรากเทียม และวัดความสอดคล้องกับผลการหายของแผลผ่าตัด โดยการศึกษานี้เป็นการศึกษาแบบภาคตัดขวางกึ่งการทดลองโดยก่อนทำการฝังรากเทียมวัดคุณภาพของกระดูกจากภาพถ่ายรังสีคอมพิวเตอร์ และขณะทำการฝังรากเทียมวัดคุณภาพกระดูกจากความรู้สึกต้านมือของศัลยแพทย์ และนำตัวอย่างกระดูกในแต่ละตำแหน่งที่ได้จากการเจาะมาวัดการแสดงออกของยีนส์ เพื่อเปรียบเทียบกับการหายของแผลผ่าตัดหลังการฝังรากเทียม 1 อาทิตย์ กระดูกที่ได้นำมาวิเคราะห์การแสดงออกของยีนส์ การแสดงออกของยีนส์ BMP2, FGF23 และ RUNX2 ไม่มีความสัมพันธ์กับภาพถ่ายรังสีคอมพิวเตอร์ ภาพถ่ายรังสีแพนอรามิก และความต้านมือของศัลยแพทย์ ผลพบว่าความกว้างในแนวใกล้แก้มใกล้ลิ้นในตำแหน่งที่ทำการใส่รากเทียมมีความสัมพันธ์กับยีนส์ BMP2, FGF23 อาจกล่าวได้ว่าปริมาณกระดูกมีความสัมพันธ์กับยีนส์บางตัว นอกจากนี้ยังวิเคราะห์และเปรียบเทียบเสถียรภาพของรากเทียม จากการใช้เครื่องวิเคราะห์คลื่นความถี่เรโซแนนซ์ กับค่าที่ได้จากภาพเอกซเรย์คอมพิวเตอร์สามมิติ ของผู้ป่วยที่สูญเสียฟันหลังบางส่วนทั้งฟันบนและฟันล่าง ได้รับการฝังรากเทียมจำนวนจากนั้นถ่ายเอกซเรย์ด้วยเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์สามมิติก่อนการฝังรากเทียมและวัดความหนาของกระดูกทึบบริเวณยอดสัน กระดูกความหนาของกระดูกในแนวด้านแก้ม-ด้านลิ้นที่ระดับต่ำกว่ายอดสันกระดูก 3, 6 และ 9มิลลิเมตรทั้งกระดูกทึบและกระดูกโปร่ง โดยเสถียรภาพของรากเทียมถูกประเมินโดยใช้เครื่องวิเคราะห์คลื่นความถี่เรโซแนนซ์ ผลพบว่าความหนาของกระดูกทึบบริเวณยอดสันกระดูกมีความสัมพันธ์กับเสถียรภาพของรากเทียม (ที่ระดับนัยสำคัญทางสถิติ < 0.001) ความหนาของกระดูกในแนวด้านแก้ม-ด้านลิ้นของกระดูกทึบ และสัดส่วนความหนาของกระดูกทึบต่อกระดูกโปร่งที่ระดับต่ำกว่ายอดสันกระดูก 3มิลลิเมตรมีความสัมพันธ์กับเสถียรภาพของรากเทียม ที่ไม่พบความสัมพันธ์ระหว่างค่าความหนาของกระดูกที่ระดับต่ำกว่ายอดสันกระดูก 6และ 9 มิลลิเมตรกับเสถียรภาพกับรากเทียม การศึกษานี้แสดงให้เห็นว่ายีนส์บางตัว เช่น BMP2 และ FGF23 มีความสัมพันธ์กับคุณภาพและปริมาณของกระดูกขากรรไกรมนุษย์ และการศึกษานี้ยังพบความสัมพันธ์ของการแสดงออกทางพันธุกรรมกับกระดูกขากรรไกรมนุษย์ในตำแหน่งต่างๆที่แตกต่างกัน เสถียรภาพของรากเทียมที่ได้จากเครื่องวิเคราะห์คลื่นความถี่เรโซแนนซ์ มีความสัมพันธ์กับความหนาของกระดูกบริเวณยอดสันกระดูกและที่ระดับต่ำกว่ายอดสันกระดูก 3 มิลลิเมตร และความสัมพันธ์ของเสถียรภาพรากเทียมและความหนาของกระดูกที่อยู่รอบรากเทียมขึ้นอยู่กับความลึกของกระดูกของการวัด