การสังเคราะห์และผลิตวัสดุรูพรุนจากไฮดรอกซีแอปาไทต์ โดยวิธีการหล่อแบบเพื่อใช้เป็นวัสดุทางการแพทย์
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
ไฮดรอกซีแอปาไทต์ (Ca10(PO4)6(OH)2, HAp) เป็นวัสดุหนึ่งที่รู้จักกันอย่างแพร่หลายและนิยมนำมาใช้เป็นวัสดุทดแทนกระดูก เนื่องจากมีสมบัติเข้ากันได้กับร่างกาย ไม่เป็นพิษและสามารถเหนี่ยวนำให้เกิดกระดูกได้สารไฮดรอกซีแอปาไทต์สามารถสังเคราะห์ได้หลากหลายวิธี ในงานวิจัยนี้ได้ศึกษาการสังเคราะห์สารไฮดรอกซีแอปาไทต์ด้วยปฏิกิริยาสถานะของแข็งและกระบวนการการเผาไหม้ในสัดส่วนของสารตั้งต้นที่ Ca/P เท่ากับ 1.7 และ 2.3 เพื่อให้ได้สารที่มีองค์ประกอบทางเคมี และขนาดอนุภาคที่เหมาะสมสำหรับการนำไปใช้งาน และได้ศึกษาปัจจัยในการขึ้นรูปชิ้นงานไฮดรอกซีแอปาไทต์ด้วยวิธีการหล่อแบบ ซึ่งได้แก่ สัดส่วนของผงไฮดรอกซีแอปาไทต์ต่อน้ำในสลิป ชนิดของสารยึดเกาะ และสารเติมแต่งต่าง ๆ ที่ใช้ในการขึ้นรูป รวมถึงอุณหภูมิ และเวลาการเผาผนึกที่ส่งผลต่อขนาดและปริมาณรูพรุนในชิ้นงานไฮ - ดรอกซีแอปาไทต์ โดยอิทธิพลของวิธีการสังเคราะห์สารจากทั้งสองกระบวนการ และสัดส่วนสารตั้งต้นที่ศึกษา ให้องค์ประกอบทางเคมีของสารไฮดรอกซีแอปาไทต์เหมือนกัน ผงที่ได้มีลักษณะเป็นทรงกลม และมีขนาดอนุภาคเฉลี่ยประมาณ 1.38 ถึง 1.79 ไมโครเมตรซึ่งมีค่าใกล้เคียงกัน ดังนั้นจะได้ว่าวิธีการสังเคราะห์ และสัดส่วน Ca / P ที่ศึกษานี้ ทำให้ได้ผงไฮดรอกซีแอปาไทต์ที่มีสมบัติไม่แตกต่างกัน จึงนำผงไฮดรอกซีแอปาไทต์ที่ได้จากสังเคราะห์ไปขึ้นรูปด้วยวิธีการหล่อแบบ เมื่อวิเคราะห์อิทธิพลของปัจจัยต่าง ๆ ต่อขนาดรูพรุน พบว่าไม่สามารถสรุปได้ว่าอิทธิผลของปัจจัยที่ศึกษานั้นส่งผลต่อขนาดของรูพรุนในชิ้นงานอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งโดยทั่วไปขนาดรูพรุนมีค่าไม่เกิน 10 ไมโครเมตร สำหรับการวิเคราะห์ปริมาณของรูพรุนในชิ้นงาน พบว่า ชิ้นงานมีปริมาณรูพรุนเฉลี่ยอยู่ในช่วงร้อยละ 30 ถึง 60 โดยปริมาตร โดยปัจจัยในการขึ้นรูปต่าง ๆ ส่งผลต่อปริมาณรูพรุนในชิ้นงาน และพบว่า เมื่อสัดส่วนของผงไฮดรอกซีแอปาไทต์ต่อน้ำในสลิป อุณหภูมิ และเวลาการเผาผนึกเพิ่มขึ้น ทำให้ชิ้นงานมีปริมาณรูพรุนลดลง ส่วนอิทธิพลของสารยึดเกาะพอลิไวนิลแอลกอฮอล์ในสถานะ ของแข็ง ทำให้ชิ้นงานมีปริมาณรูพรุนมากกว่าพอลิไวนิลแอลกอฮอล์สถานะสารละลาย นอกจากนี้ยังพบว่าเมื่อใส่น้ำตาล และพอลิเอธิลลีนไกลคอลกช่วยทำให้ปริมาณรูพรุนในชิ้นงานเพิ่มขึ้น ซึ่งปริมาณรูพรุนจะส่งผลต่อความแข็งแรงของชิ้นงาน และรูปแบบการใช้งานเป็นวัสดุทางการแพทย์