การสังเคราะห์และยืนยันโครงสร้างของสารประกอบเชิงซ้อนชนิดไบเมทัลลิกอลูมิเนียมที่ถูกล้อมรอบด้วยลิแกนด์ชนิดฟีนอกซีอิมมีนเพื่อใช้ในปฏิกิริยาพอลิเมอไรเซชันแบบเปิดวงของแลกไทด์และมอนอเมอร์ชนิดเอสเทอร์วงปิดชนิดอื่นๆ
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
ในงานวิจัยนี้ ได้ทำการสังเคราะห์สารประกอบเชิงซ้อนชนิดไบเมทัลลิกอลูมิเนียมที่ถูกล้อมรอบด้วยลิแกนด์ชนิด ฟีนอกซีอิมมีนจำนวน 12 ชนิด (1?12) โดยการทำปฏิกิริยาระหว่างลิแกนด์ (L1H2-L12H2) และ trimethylaluminum (TMA) โดยมีอัตราส่วนโดยโมลของ TMA ต่อลิแกนด์เท่ากับ 2:1 ในตัวทำละลายโทลูอีนที่อุณหภูมิ 90 ?C สารประกอบเชิงซ้อนทุกชนิดที่สังเคราะห์ได้ได้รับการยืนยันโครงสร้างด้วยเทคนิค 1H และ 13C NMR สเปกโทรสโครปีและการวิเคราะห์หาปริมาณธาตุที่เป็นองค์ประกอบ เมื่อทำการเติมเบนซิลแอลกอฮอล์จำนวน 2 สมมูลเทียบกับสารประกอบเชิงซ้อน พบว่าสารประกอบเชิงซ้อนทุกชนิดมีประสิทธิภาพในการเป็นตัวเริ่มต้นในปฏิกิริยาพอลิเมอไรเซชันแบบเปิดวงของราซิมิก-แลกไทด์ (rac-LA) ปฏิกิริยาพอลิเมอไรเซชันทุกชนิดมีสมบัติเป็น living polymerization และสามารถควบคุมน้ำหนักโมเลกุลและการกระจายตัวของน้ำหนักโมเลกุลของพอลิเมอร์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ การศึกษาปฏิกิริยาพอลิเมอไรเซชันภายใต้สภาวะ immortal polymerization พบว่าปฏิกิริยาพอลิเมอไรเซชันเป็นแบบ living polymerization และน้ำหนักโมเลกุลของพอลิเมอร์ที่สังเคราะห์ได้เป็นสัดส่วนโดยตรงกัยอัตราส่วนของมอนอเมอร์ต่อแอลกอฮอล์ที่ใช้ นอกจากนี้ยังมีค่า PDI ที่แคบ การศึกษาทางจลนศาสตร์พบว่าปฏิกิริยาพอลิเมอรไซชันของ rac-LA มีอันดับของปฏิกิริยาเท่ากับหนึ่งเมื่อเทียบกับความเข้มข้นของมอนอเมอร์ นอกจากนี้ยังได้ศึกษาอิทธิพลทางโครงสร้างของลิแกนด์และการจัดเรียงโครงสร้างของลิแกนด์รอบโลหะอะตอมกลางที่มีผลต่อปฏิกิริยาพอลิเมอไรเซชัน ในงาน วิจัยนี้พอลิแลกไทด์ชนิดอโซแทกติกสามารถสังเคราะห์ได้จากสารประกอบเชิงซ้อนหมายเลข 12 โดยมีค่า Pm สูงสุดเท่ากับ 0.75