ผลของสารละลายโซนต่อระดับกลิ่นไม่พึงประสงค์ geosmin และ 2-methylisoborneol ในปลานิลแล่
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลของสารละลายโอโซนร่วมกับความเข้มข้นของสาร ละลายโซเดียมไบคาร์บอเนต สารละลายโซเดียมคลอไรด์และสารละลายกรดอะซิติกต่อการกำจัดกลิ่นไปพึงประสงค์ คือจีออสมิน และ MIB ในปลานิลแล่แช่แข็งระหว่างการเก็บรักษา โดยตัวอย่างปลานิลแล่ถูกนำมาแช่ในสารละลายโอโซนที่ความเข้มข้น 3 ppm ร่วมกับความเข้มข้นของสารละลายโซเดียมคลอไรด์ที่ระดับ 5% w/v และ 10% w/v สารละลายโซเดียมไบคาร์บอเนตที่ความเข้มข้น 5% w/v และ 10% w/v สารละลายกรดอะซิติกที่ความเข้มข้น 6% v/v และ 8% v/v ระยะเวลา 10 นาที โดยศึกษาค่าความเป็นกรด-ด่าง ค่า TBARS ปริมาณด่างที่ระเหยได้ทั้งหมด เนื้อสัมผัส ปริมาณจีออสมิน และ MIB พบว่า ค่าความเป็นกรด ด่าง ของปลานิลแล่ลดลงเมื่อระยะเวลาการเก็บรักษาเพิ่มขึ้น ในขณะที่ปริมาณด่างที่ระเหยได้ทั้งหมด และค่า TBARS เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตามตัวอย่างชุดควบคุมคือไม่มีการแช่สารละลายโอโซนร่วมกับสารละลายใดๆ มีค่าปริมาณด่างที่ระเหยได้ทั้งหมดค่า TBARS สูงกว่าทุกตัวอย่าง โดยพบว่าการใช้สารละลายโอโซนร่วมกับสารละลายโซเดียมไบคาร์บอเนตจะส่งผลต่อความเนื้อสัมผัสคือค่าความแข็ง ปริมาณจีออสมินและ MIB ในตัวอย่างที่ใช้สารละลายโอโซนร่วมกับสารละลายโซเดียมไบคาร์บอเนตสามารถถูกกำจัดไปได้ จากการศึกษาแสดงให้เห็นว่าการใช้สารละลายโอโซนร่วมกับสารละลายโซเดียมไบคาร์บอเนตร้อยละ 5 มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงการเกิดกลิ่นหืนน้อยกว่าการใช้สารละลายโอโซนร่วมกับสารละลายโซเดียมไบคาร์บอเนตร้อยละ 10 ดังนั้นการใช้สารละลายโอโซนร่วมกับสารละลายโซเดียมไบคาร์บอเนตความเข้มข้นร้อยละ 5 เหมาะสมต่อการลดกลิ่นไม่พึ่งประสงค์และคุณภาพเนื้อปลานิลแล่แช่แข็ง