บทความวิจัยพ.ศ. 2558
An Inverse Relationship between A Disintegrin and Metalloproteinase-9 and Proliferating cell Nuclear Antigen Expression in Oral Lichen Planus
ปรีณา โชติจำลอง มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พ.ศ. 2558 ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
คำสำคัญ
Immunohistochemistryoral lichen planusBiological markersA disintegrin and metalloproteinase domain 9Proliferating cell nuclear antigen
งานวิจัยในหัวข้อใกล้เคียง
Trefoil factor expression by immunohistochemistry in patients with oral lichen planus
มหาวิทยาลัยขอนแก่น พ.ศ. 2557 Qualitative and quantitative assessment of immune cells in oral mucosal lichen planus (OMLP)
Imatinib Mesylate-Induced Lichen Planus and Plamoplantar Hyperkeratosis: A Case Report and Literature Review
มหาวิทยาลัยมหิดล พ.ศ. 2557 การแสดงออกของคอมพลีเมนต์รีเซบเตอร์อิมมิวโนโกลบูลิน ในเซลล์แมคโครฟาจที่พัฒนามาจากโมโนซัยท์
กาญจนา อู่สุวรรณทิม มหาวิทยาลัยนเรศวร พ.ศ. 2561 การโคลนและการแสดงออกของยีนที่กำหนดการสร้างเอนไซม์เซลลูเลส กลุ่มที่ 9 จากรูเมนของกระบือ
กัญญา จิระเจริญรัตน์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง พ.ศ. 2553 การแสดงออกที่เปลี่ยนแปลงไป ของเอนไซม์ฟอสโฟไลเปสดีวัน ในไลเคนแพลนัสช่องปาก
สุทธิชัย กฤษณะประกรกิจ ภาควิชาทันตวิทยา-พยาธิวิทยาช่องปาก มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พ.ศ. 2551 การแสดงออกของ A disintegrin and metalloproteinase 8 (ADAM8) ในเซลล์เยื่อบุผิวช่องปากของมนุษย์
สุทธิชัย กฤษณะประกรกิจ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พ.ศ. 2559 การศึกษาอิทธิพลของสาร interleukin-17 ต่อการเจริญ และการทำหน้าที่ของเซลล์รก
สุธาทิพย์ พงษ์เจริญ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร พ.ศ. 2552 การศึกษาอิทธิพลของสาร interleukin-17 ต่อการเจริญและการทำหน้าที่ของเซลล์รก
ดลฤดี สงวนเสริมศรี คณะวิทยาศาสตร์การแพทย์ มหาวิทยาลัยนเรศวร พ.ศ. 2551 CORRELATION OF ANTINUCLEAR ANTIBODY (ANA) PROFILE WITH HEMATOLOGIC AND RENAL DISORDERS IN SYSTEMIC LUPUS ERYTHEMATOSUS