การเสื่อมสภาพของไม่สนประดิพัทธ์ภายหลังถูกเชื้อราเข้าทำลาย
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การศึกษาการเสื่อมสภาพของไม้สนประดิพัทธ์ อายุประมาณ 7 ปี จากแหล่งที่มาของเมล็ดพันธุ์ 4 แหล่ง 1) ประเทศไทย 2) ประเทศเคนยา 3) เกาะบาหลี ประเทศอินโดนีเซีย 4) เกาะเวทาร์ ประเทศอินโดนีเซีย ทดสอบกับเชื้อราทำลายไม้ 4 สายพันธุ์ คือ 1) Loweporus medullae-panis 2) Pycnoporus sanguineus 3) Gloeophyllum sepiarium 4) G. striatum ด้วยวิธี agar-block test และ sandwich test บ่มที่อุณหภูมิห้อง เป็นเวลา 4 เดือน เพื่อประเมินความทนทานตามธรรมชาติ กลสมบัติการรับแรงต้านทานการแตกหัก(MOR) และแรงต้านทานการเสียรูป(MOE) วิเคราะห์ผลทางสถิติด้วย T-test ที่ระดับความเชื่อมั่น 95% พบว่า ไม้สนประดิพัทธ์ทั้ง 4 แหล่ง มีการสูญเสียน้ำหนักมากกว่า 30% ความทนทานตามธรรมชาติอยู่ระดับผุพัง อายุการใช้งานน้อยกว่า 2 ปี มีการสูญเสียความแข็งแรงด้านการรับแรงต้านทานการแตกหัก(MOR)ประมาณ 60-90% และแรงต้านทานการเสียรูป(MOE) ประมาณ 45-60% เมื่อปรับปรุงคุณภาพไม้สนประดิพัทธ์ด้วยสารเคมีรักษาเนื้อไม้ 10%Timbor และ IPBC(Iodopropynyl butylcarbamate) จะยืดอายุการใช้งานของไม้เพิ่มมากขึ้น ประมาณ 3-5 เท่า