กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการเตรียมและหาสมบัติของโฟมยางผสมเส้นใยชานอ้อย และเยื่อ แผ่นชานอ้อย โดยในขั้นตอนแรกเป็นการศึกษาหาสัดส่วนของเส้นใยชานอ้อยและชนิดของสารชุบเคลือบ (ไค โตซานชนิดน้ าหนักโมเลกุลต่ าและน้ าหนักโมเลกุลสูง แป้งมันส าปะหลัง และพอลิไวนิลแอลกอฮอล์ (พีวีเอ)) ที่ เหมาะสม เพื่อน ามาท าเป็นวัสดุพรุนดูดซับเสียง 2 ชั้น จากการศึกษาสมบัติทางกายภาพและสมบัติเชิงกลของ เยื่อแผ่นชานอ้อยที่เตรียมได้ พบว่าเยื่อแผ่นชานอ้อยที่ชุบสารเคลือบไคโตซานชนิดน้ าหนักโมเลกุลสูงผสมพีวีเอ เชื่อมโยงโมเลกุลภายหลังด้วยบอแรกซ์มีความแข็งแรงมากที่สุด แต่เยื่อแผ่นชานอ้อยที่ชุบสารเคลือบไคโตซาน ชนิดน้ าหนักโมเลกุลสูง มีความทนต่อน้ าที่ดีสุด การศึกษาในขั้นต่อมาเป็นการเตรียมโฟมยางผสมเส้นใยชาน อ้อยในปริมาณที่ต่างกัน 0%, 6%, 12%, 18% และ 24% โดยน้ าหนัก ซึ่งพบว่าโฟมยางที่เตรียมได้มีความ หนาแน่นเพิ่มขึ้น ความพรุนลดลง และเซลล์แบบเปิดเพิ่มตามปริมาณเส้นใยชานอ้อยที่เพิ่มขึ้น จากการศึกษา สัณฐานวิทยาด้วยเทคนิคอิเล็กตรอนส่องกราด ลักษณะเซลล์แบบเปิดของโฟมยางมีการกระจายตัวของขนาด เซลล์แบบผสมมีทั้งขนาดใหญ่และขนาดเล็ก ซึ่งสมบัติทางกายภาพเหล่านี้มีผลต่อค่าความคดเคี้ยวและค่าความ ต้านทานการไหลของอากาศของคลื่นเสียงที่จะเคลื่อนที่ผ่านตัวกลางอากาศ ซึ่งคือตัวแปรที่ส าคัญที่มีผลต่อค่า สัมประสิทธิ์การดูดซับเสียงของวัสดุ จากผลการทดสอบโฟมยางผสมเส้นใยชานอ้อยด้วยเทคนิค Impedance Tube พบว่าโฟมยางผสมเส้นใยชานอ้อยในปริมาณ 6% และ 12% โดยน้ าหนัก มีประสิทธิภาพการดูดซับ เสียงดีที่สุด จากนั้นได้เตรียมวัสดุดูดซับเสียง 2 ชั้นโดยน าเยื่อแผ่นเส้นใยชานอ้อยที่ชุบสารเคลือบต่างๆ ดังได้ ศึกษาในขั้นต้น มาประกบกับโฟมยางผสมเส้นใยชานอ้อย ผลการทดสอบค่าสัมประสิทธิ์การดูดซับเสียง พบว่า ค่าสัมประสิทธิ์การดูดซับเสียงด้านโฟมยางผสมเส้นใยชานอ้อยมีค่าที่สูงมากประมาณ 1 แต่ด้านเยื่อแผ่นชาน อ้อยนั้นมีค่าที่ต่ าประมาณ 0.4-0.6 จากผลการทดสอบแสดงให้เห็นว่าวัสดุ 2 ชั้นนี้ ด้านหนึ่งจะท าหน้าเป็นวัสดุ ดูดซับเสียง และอีกด้านหนึ่งจะท าหน้าที่เป็นวัสดุป้องกันเสียงได้ดีนั้นเอง