การสังเคราะห์สารมีมูลค่าเพิ่มจากมีเทนผ่านปฏิกิริยาคู่ควบของมีเทนโดยใช้ตัวเร่งปฏิกิริยาNa2WO4-MnOxเป็นองค์ประกอบ
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
ปฏิกิริยาคู่ควบของมีเทน (oxidative coupling of methane) เป็นปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นจากการทำปฏิกิริยากันระหว่างมีเทนกับออกซิเจน เพื่อเปลี่ยนไปเป็นสารประกอบไฮโดรคาร์บอนที่มีมูลค่าสูง เช่น เอทิลีน และอีเทน รวมไปถึงสารประกอบไฮโดรคาร์บอนสองตัวขึ้นไป (C2+) ตัวอื่นด้วย ดังนั้น การพัฒนากระบวนการเปลี่ยนมีเทนเป็นสารประกอบไฮโดรคาร์บอนที่มีมูลค่าสูงนั้น จัดได้ว่าเป็นกระบวนการที่จะส่งผลให้อุตสาหกรรมปิโตรเคมีสามารถใช้ประโยชน์จากแหล่งก๊าซธรรมชาติได้อย่างกว้างขวางและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตามพบว่าปฏิกิริยาคู่ควบของมีเทนยังมีความท้าทายในด้านของการพัฒนาตัวเร่งปฏิกิริยาให้มีความว่องไวของตัวเร่งปฏิกิริยาสูงและเหมาะสมเพื่อให้สามารถนำไปใช้ในเชิงอุตสาหกรรมปิโตรเคมีได้ จากงานวิจัยเกี่ยวกับปฏิกิริยาคู่ควบของมีเทน และผลจากการทดลองเบื้องต้นพบว่าตัวเร่งปฏิกิริยาโลหะ Na2WO4-MnOx บนตัวรองรับซิลิกา และเติมไททาเนียมร่วมด้วย พบว่าจะเกิดเฟส MnTiO3 ซึ่งเป็นเฟสที่สำคัญอย่างยิ่งที่จะช่วยให้ปฏิกิริยาเกิดผลิตภัณฑ์สารประกอบไฮโดรคาร์บอนได้ดียิ่งขึ้น แต่อย่างไรก็ตามจากงานวิจัยที่ผ่านมาพบว่า ยังไม่มีการรายงานถึงการพัฒนาและศึกษาเฟสของ MnTiO3 อย่างจริงจัง ยิ่งไปกว่านั้นพบว่าตัวเร่งปฏิกิริยา Na2WO4-MnOx บนตัวรองรับซิลิกามีพื้นที่ผิวที่ต่ำที่ประมาณ 10 m2/g และไม่มีรูพรุนภายในตัวเร่งปฏิกิริยาซึ่งเป็นข้อเสียสำหรับตัวเร่งปฏิกิริยาที่ดี ดังนั้นในงานวิจัยนี้นักวิจัยจะทำการศึกษาการเข้าทำปฏิกิริยาของเฟส MnTiO3 รวมไปถึงศึกษากลไกเชิงลึกของการเกิดปฏิกิริยาสำหรับปฏิกิริยาคู่ควบของมีเทน นอกจากนี้จะศึกษาผลของพื้นที่ผิวและความเป็นรูพรุนของตัวเร่งปฏิกิริยา Na2WO4-MnOx บนตัวรองรับซิลิกา จากนั้น จะใช้ข้อมูลที่ศึกษาได้นั้นไปออกแบบและพัฒนาตัวเร่งปฏิกิริยาให้มีองค์ประกอบและรูปแบบอย่างที่ต้องการ เพื่อให้มีประสิทธิภาพสูงสุด หรือให้ค่าร้อยละการเลือกเกิดและร้อยละผลได้ของ C2+ ที่สูงกว่าเมื่อเทียบกับตัวเร่งปฏิกิริยา Na2WO4-MnOx-TiO2/SiO2 ในการศึกษา วิจัย และพัฒนาตัวเร่งปฏิกิริยาที่จะดำเนินการนี้ นอกจากจะเป็นการสร้างองค์ความรู้ทางด้านตัวเร่งปฏิกิริยาแล้ว ยังจะเป็นงานวิจัยที่เป็นประโยชน์อย่างมากมายสำหรับอุตสาหกรรมเคมีและปิโตรเคมีอีกด้วย