สร้างอุปกรณ์ผลิตก๊าซไฮโดรเจนจากขยะอะลูมิเนียมเพื่อใช้ร่วมกับก๊าชชีวภาพในระบบผลิตพลังงานไฟฟ้า
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
งานวิจัยนี้ได้ทำการศึกษาการผลิตพลังงานไฟฟ้าร่วมระหว่างก๊าชไฮโดรเจนและก๊าชชีวภาพและปัจจัยที่มีผลต่อการเกิดก๊าซไฮโดรเจนจากอลูมิเนียมที่มีลักษณะเป็นทรงกระบอก ทำปฏิกิริยากันในน้ำกลั่นบริสุทธิ์ โดยใช้โซเดียมไฮดรอกไซด์ (NaOH) และแคลเซียมออกไซด์ (CaO) เป็นตัวเร่งปฏิกิริยา โดยมีส่วนประกอบคือ อลูมิเนียม 18%wt น้ำกลั่นบริสุทธิ์ 9%wt และตัวเร่งปฏิกิริยา 73%wt จากนั้นนำก๊าซไฮโดรเจนที่ได้มาผสมกับก๊าซชีวภาพ เพื่อใช้เป็นเชื้อเพลิงในการผลิตกระแสไฟฟ้าจากเครื่องให้กำเนิดไฟฟ้าขนาด 1 กิโลวัตต์ และศึกษาแรงดันไฟฟ้าและกระแสไฟฟ้า ผลการศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อการเกิดก๊าซไฮโดรเจนพบว่าความเข้มข้นของสารละลายที่ทำให้เกิดปริมาณและร้อยละผลได้ของก๊าซไฮโดรเจนมากที่สุด คือ 10 %wt มีร้อยละผลได้ที่มากที่สุด 64.73 % มีอัตราการไหลของก๊าชคงที่ 0.56 ลิตร/นาที ที่อุณหภูมิ 97 องศาเซลเซียส และปริมาตรก๊าซชีวภาพที่ผลิตได้ใน 1 วันคือ 14.76 ลูกบาศก์เมตร จากนั้นนำก๊าซไฮโดรเจนไปผสมกับก๊าซชีวภาพ เพื่อเป็นเชื้อเพลิงในการผลิตกระแสไฟฟ้าจากเครื่องให้กำเนิดไฟฟ้า จากนั้นวัดอัตราการไหลของก๊าซชีวภาพ และก๊าซไฮโดรเจน ผลปรากฏว่าเครื่องกำเนิดไฟฟ้าจะใช้ก๊าซชีวภาพที่อัตราการไหลเฉลี่ย 8.2 ลิตรต่อนาที หรือ 0. 493 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง และก๊าซไฮโดรเจนมีอัตราการไหลเฉลี่ย 1.75 ลิตรต่อนาที หรือ 0.104 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง จากนั้นวัดค่ากระแสไฟฟ้าจะคงที่ 3.1 แอมแปร์และมีแรงดันไฟฟ้าที่ 220 โวลต์ ซึ่งจะมีค่าเท่ากับแรงดันไฟฟ้าที่ใช้ในครัวเรือนทั่วไป