กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
โบราณสถานซึ่งเป็นมรดกทางวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าของชาติ อาจประสบปัญหาการเสื่อมสภาพของวัสดุอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เนื่องจากการได้รับสัมผัสมลพิษทางอากาศ การวิจัยครั้งนี้ได้ประยุกต์ระบบสารสนเทศทางภูมิศาสตร์ร่วมกับฟังก์ชันการสึกกร่อนของวัสดุ (Dose response functions: DRFs) ในการประมาณค่าการสึกกร่อนของวัสดุโบราณสถาน 5 ชนิด ได้แก่ วัสดุทองแดง หินปูนพอร์ตแลนด์ เหล็กกล้าคาร์บอน สังกะสี และสัมฤทธิ์หล่อ และความเสี่ยงต่อการสึกกร่อนของโบราณสถานในพื้นที่กรุงเทพมหานคร โดยในขั้นแรกได้ทำการหาวิธีการประมาณค่าเชิงพื้นที่ที่เหมาะสมโดยเทียบกับข้อมูลจากการตรวจวัดมลพิษทางอากาศ ในปี พ.ศ. 2553-2562 จากสถานีตรวจวัดจำนวน 26 สถานี ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและพื้นที่ใกล้เคียง ร่วมกับตัวชี้วัดทางสถิติ ผลการศึกษาพบว่า วิธี Inverse Distance Weighting (IDW) เป็นวิธีที่เหมาะสมที่สุด จากอีก 3 วิธี คือ Spline Kriging (Ordinary) และ Kriging (Universal) ค่าความเข้มข้นของสารมลพิษ (SO2 NO2 และ O3) ในกรุงเทพมหานครปี พ.ศ. 2562 มีแนวโน้มลดลงจากปี พ.ศ. 2553 ยกเว้น PM10 อย่างไรก็ตามจากการคาดการณ์ความเข้มข้นของมลพิษเชิงพื้นที่พบว่ามลพิษทุกชนิดมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในปี พ.ศ. 2571 ผลการประมาณการการสึกกร่อนของวัสดุโบราณสถานเชิงพื้นที่ พบว่า ในปี พ.ศ. 2553 ค่าการสึกกร่อนของวัสดุโบราณสถานอยู่ในระดับที่ยอมรับได้ทุกชนิด ยกเว้น สังกะสีและสัมฤทธิ์หล่อ ในปี พ.ศ. 2562 และ พ.ศ. 2571 ค่าการสึกกร่อนของวัสดุโบราณสถานทุกชนิดในพื้นที่ศึกษาเพิ่มสูงขึ้นจนเกินกว่าอัตราการสึกกร่อนที่ยอมรับได้ และมีความเสี่ยงในการสึกกร่อนอย่างรุนแรงในปี พ.ศ. 2571 ระยะเวลาการสัมผัสมลพิษทางอากาศมีแนวโน้มที่จะเป็นปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อการสึกกร่อนของวัสดุโบราณสถาน ผลการวิจัยนี้สามารถนำไปใช้ในการวางแผนกำหนดมาตรการเชิงรุก เพื่อหาแนวทางในการลดอัตราการสึกกร่อนของโบราณสถานในพื้นที่กรุงเทพมหานครต่อไปได้