Command Palette

Search for a command to run...

กลับไปผลการค้นหา
รายงานฉบับสมบูรณ์พ.ศ. 2561

การประกอบคืนสภาพจากภาพกระดูกสันหลังสองมิติเป็นภาพสามมิติเพื่อสนับสนุนการวินิจฉัยทางคลินิกและการคำนวณมวลกระดูกแบบอัตโนมัติ

สุวรรณา รัศมีขวัญ มหาวิทยาลัยบูรพา พ.ศ. 2561

ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)

บทคัดย่อ

ในงานวิจัยนี้นำเสนอการสร้างคืนแบบจำลองกระดูกสันหลังส่วนเอวสามมิติของมนุษย์จากภาพถ่ายรังสีพลังงานต่ำเพื่อสนับสนุนการตัดสินใจของแพทย์และผู้เชี่ยวชายในงานด้านต่างๆ ในขั้นตอนวินิจฉัยทางคลินิก เนื่องจากแบบจำลองสามมิติของกระดูกสันหลังมีบทบาทสำคัญมากขึ้นในโลกปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นการรักษาทางไกล (Tele-medicine) หรือแม่แต่การสร้างตัวแบบการพยากรณ์การก่อโรคหรือความเสียหายต่างๆ ที่อาขเกิดขึ้นบริเวณกระดูกสันหลัง นอกจากนี้แล้วยังสามารถอำนวยความสะดวกให้แพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญในการสื่อสารทำความเข้าใจหับคนไข้ได้อีกด้วย ซึ่งเทคโนโลยีในการสร้างแบบจำลองสามมิติในปัจจุบันจะต้องอาศัยอุปกรณ์ทางการแพทย์ขั้นสูงซึ่งมีค่าใช้จ่ายสูงและส่งผลเสียต่อผู้ป่วยโดยตรง เช่น เครื่องถ่ายภาพรังสีแบบ CT Scanner และ MRI เป็นต้น เมื่อผู้ป่วยเข้ารับการตรวจผ่านเครื่อง CT Scanner จะทำให้ตัวผู้ป่วยได้รับรังสีที่ส่งผลเสียต่อสุขภาพในระยะยาว ส่วนเครื่องถ้ายแบบ MRI จะมีความปลอดภัยมากกว่าแต่มีค่าใช้จ่ายที่ค่อนข้างสูงทำให้ผู้ป่วยไม่สามารถเข้าถึงได้อย่างทั่วไป ดังนั้นเครื่องถ่ายภาพรังสีพลังงานต่ำ (DXA) จึงเป็นทางเลือกที่มีความปลอดภัยและคุ้มค่ามากกว่า เนื่องจากภาพถ่ายรังสีที่ได้จากเครื่อง DXA มีความคมชัดต่ำรวมถึงภาพถ่ายทั้งสองมุมมองที่ได้จากเครื่องดังกล่าวมีตำแหน่งและขนาดที่ไม่เท่ากันดังนั้นการปรับปรุง (Image Enhancement) และระบุพื้นที่ที่สนใจ (ROI Identification) เป็นขั้นตอนที่จำเป็นสำหรับงานวิจัยนี้ จากนั้นจะต้องระบุพื้นที่ที่เป็นตำแหน่งของข้อกระดูกของแต่ละมุมมอง (Vertebrae Pose Identification) เพื่อทำการยืนยันข้อมูลภาพทั้งสองมุมองเข้าหากัน (Registration) จากนั้นจึงนำข้อมูลที่ได้จากภาพทั้งสองมุมมองสร้างคืนแบบจำลองสามมิติจาก Template มาตรฐานของข้อกระดูกสันหลังของมนุษย์ต่อไป จากขั้นตอนวิธีที่กล่าวมาในข้างต้น สามารถวัดผลการทดลองได้จากการวัดค่าความคลาดเคลื่อนในพื้นที่สามมิติ เพื่อหาความแตกต่างของแบบจำลองที่สร้างขึ้นและผลเฉลย ซึ่งผลการทดลองแสดงให้เห็นว่าข้อกระดูกส่วนบนและส่วนมีค่าความคลาดเคลื่อนมากที่สุดเนื่องจากมีกระดูกส่วนอื่นมาบดบังและรวมไปถึงส่งรบกวนอื่นเช่น ไขมันและแคลเซี่ยมมาบดบังบริเวณข้อกระดูกอีกด้วย

คำสำคัญ

Image enhancementกระดูกสันหลังAutomatic Edge DetectionVertebral Boneการปรับปรุงคุณภาพข้อมูลภาพการหาขอบวัตถุในภาพอัตโนมัติ

งานวิจัยในหัวข้อใกล้เคียง

สภาวะศอกด้านนอกโปนหลังการผ่าตัดแก้ไขภาวะแขนคอก: การศึกษาโดยวิธีวิศวกรรมย้อนรอยโครงร่างสามมิติ

ณัฐพล จันทร์พาณิชย์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พ.ศ. 2557

การพัฒนาระบบสร้างคืนลายเท้าสามมิติโดยใช้การฉายเกรทติ้ง

Joewono Widjaja มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี พ.ศ. 2556

การพัฒนาตัวแบบทางคณิตศาสตร์เพื่อศึกษาโรคกระดูกสันหลังในผู้สูงอายุ

กมลฉัตร ตราชู มหาวิทยาลัยมหาสารคาม พ.ศ. 2565

การตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ที่เพิ่มมาจากการตรวจเอกซเรย์ทั่วไปแบบภาพดิจิตอลให้ประโยชน์ต่อการตัดสินใจและผลการรักษาในกระดูกส้นเท้าหักแบบแตกเข้าข้อหรือไม่?

ชญานิน อ่างทอง มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พ.ศ. 2557

การวิจัยประดิษฐ์และถ่ายทอดเทคโนโลยีโครงตรึงกระดูกนอกกาย

จิตติ เอื้อศิริพรฤทธิ์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ วิทยาเขตนนทบุรี พ.ศ. 2551

การพัฒนาโปรแกรมชุดตรวจการเคลื่อนไหวของกระดูกสะบัก

วิสันต์ ตั้งวงษ์เจริญ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง พ.ศ. 2556

การวิเคราะห์ความเค้นและความเครียด สำหรับแบบจำลองสามมิติของกระดูกสันหลังโดยระเบียบวิธีไฟไนต์เอลิเมนต์

ดิน ประทุมวรรณ์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น พ.ศ. 2564

การศึกษาเปรียบเทียบมุมมองของเบ้าสะโพกเทียมแบบใช้และไม่ใช้คอมพิวเตอร์นำร่องช่วยผ่าตัด

ยิ่งยง สุขเสถียร พ.ศ. 2557

การจำลองหุ่นส่วนร่างกายของทรวงอกสำหรับการศึกษาการประมวลผลภาพทางการแพทย์

ิฐิติพงศ์ แก้วเหล็ก มหาวิทยาลัยนเรศวร พ.ศ. 2561

Mobile framework for CT image reconstruction

พ.ศ. 2560